บนโลกจะมีนาฬิกาอยู่สองประเภทคือนาฬิกาที่ดูตามเวลาโลก
และนาฬิกาที่ติดมากับตัวเรา เรียกว่า
"นาฬิกาชีวิต"นาฬิกานี้จะแสดงเป็นเวลาที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดี
และถ้าปฏิบัติตามเวลาของอวัยวะในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว
ว่ากันว่าจะมีอายุยืนยาวถึงร้อยยี่สิบปี(ซึ่งเป็นอายุปกติที่มนุษย์ควรจะตาย)
01.00-03.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน
ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนินเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย และสายเอนโดรฟิน จึงไม่ควรกินอาหารเพราะจะทำให้
ตับทำงานหนักและเสี่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับคือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รองคือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ตับจะหลั่งน้ำย่อย
ออกมามาก จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ
03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอน
ลุกขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับแสงแดดในยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำ
ปอดจะดี ผิวดีขึ้น และจะเป็นคนที่มีอำนาจในตัว
05.00-07.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำใส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระ
ทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าไม่ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังไม่ถ่ายอีก
ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังให้ดื่มน้ำผึ่งผสมมะนาว โดยใช้น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ่ง 1 ช้อนโต๊ะ
+ น้ำมะนาว 4-5 ลูก ทำดื่มจนกว่าจะถ่าย หรือบริหารโดยยืนตรงหายใจเข้าแล้วก้มลง
พร้อมทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง
07.00-09.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหาร
จะทำงาน ถ้ากินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะ
อาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย
09.00-11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้ามม ไม่ควรนอน ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่
ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศรีษะบ่าย ๆ มักมาจากความผิดปกติของม้าม
อาการเจ็บชายโครงสาเหตุมาจากม้ามกับตับ
- ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้าง
เม็ดเลือดขาวได้น้อย
- ม้ามชื้น อาหารและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน จึงทำให้อ้วนง่าย
ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลานี้ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก
ผู้ที่พูดบ่าง ๆ หรือพูดเก่ง ๆ ม้ามจะชื้น จึงควรพูดน้อย กินน้อย ม้ามจึงจะแข็งแรง
11.00-13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงนี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอาราณ์ตื่นเต้น หรืออาการ
ตกใจให้ได้
13.00-15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำใส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภท
15.00-17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสวะ ช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงือออก โดยจะออกกำลังกายหรืออบตัวก็ได้ การอั้นปัสสวะมาก ๆ จะทำให้กลิ่นเหงือมีกลิ่นเหมือนปัสสวะเนื่องจากของเสียไม่ถูกระบายออก
17.00 - 19.00 น. เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหงาวนอนในช่วงเวลานี้ ผู้ใดมีอาการง่วงนอนในช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการหนักมาก
ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก สมองจะเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลดในคอ
การดูแล คือ ตอนเช้าอาบนำเย็น ตอนเย็นอาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้า แต่น้ำควรจะใส่สมุนไพรที่ถูกแลกกับผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง
19.00 – 21.00 น. เป็นช่ววงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ เวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด
21.00 - 01.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี สมควรแก่การนอนหลับ พักผ่อน (ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองที่ย่อยออกมาจากตับ) อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมีการดึงน้ำจากดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับดื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ำดีไปถึงปอด) จะปวดศรีษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุเอาถุงน้ำดีออก เมื่อตรวจลูกกระดิ่งจะพบว่า ถุงน้ำดีข้น มักมีอาการปวดสะโพก)
ทางแก้คือ อย่าใส่ชุดนอนเป็น้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน ชุดนอน เพราะใยสังเคาระห์จะไปดูดน้ำในร่างกาย ดังนั้นควรดื่มน้ำก่อนนอน หรือก่อนเวลา 23 น.
เมื่อเช้าตื่นได้เช้ามากจนน่าตกใจ ..
ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ในประวัติศาสตร์มาก่อน
ตั้งแต่ปิดเทอมมานี้ ก็ไม่เคยจะได้ตื่นเช้าอีกเลยจนถึงวันนี้
และถึงว่าเป็นโชคดีที่ได้เปิดไปดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง
กำลังพูดถึงเรื่อง "นาฬิกาชีวิต"อยู่พอดี จากหนังสือคู่สร้างคู่สม
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่รู้ไว้ก็เป็นประโชยน์ดีเหมือนกัน
ทำให้รู้ว่าอย่างน้อย .. ฉันก็คงอายุไม่ยืนเท่าไหร่นัก
ตามตารางที่อ่านมาแล้ว มันไม่ใช่กิจวัตรของตัวเองเลย
แต่ยังไงซะ.. ก็ไม่อยากอยู่ถึงร้อยปีหรอกนะ
แค่เจ็ดสิบปีก็ว่ามันนานเกินไปที่จะอยู่บนโลกนี้แล้วล่ะ
เหอ ๆ